ยุคสมัยศิลปะไทยที่น่าเรียนรู้

ยุคสมัยของศิลปะไทยสามารถแบ่งออกเป็นยุคต่างๆ ได้ดังนี้

ยุคก่อนประวัติศาสตร์ไทย ได้แก่

  • แบบทวาราวดี (พ.ศ.500 – 1200)
  • แบบศรีวิชัย (พ.ศ.1200 – 1700)
  • แบบลพบุรี (พ.ศ.1700 – 1800)

แบบทวาราวดี  (พ.ศ.500 – 1200)

งานศิลป์ในยุคนี้จะมาจากฝีมือของชาวอินเดีย ซึ่งได้อพยพมายังสุวรรณภูมิ มีจุดศูนย์กลางอยู่ ณ นครปฐม จัดเป็นศิลปะแบบอุดมคติ โดยรุ่นแรกเป็นฝีมือของชาวอินเดีย แต่ต่อมาในยุคหลังๆ ก็เปลี่ยนเป็นฝีมือของชาวพื้นเมือง ซึ่งมีการสอดแทรกอุดมคติในเรื่องของความงามรวมทั้งลักษณะทางเชื้อชาติอันเป็นเอกลักษณ์ใส่เข้าไปด้วย

งานศิลป์ชิ้นสำคัญ คือ

  • ประติมากรรม

พระพุทธรูปแบบทวาราวดี  เป็นพระพุทธรูปแบบนั่งห้อยพระบาทและยกพระหัตถ์ขึ้น

  • สถาปัตกรรม

เจดีย์นครปฐมองค์เดิม

แบบศรีวิชัย (พ.ศ.1200 – 1700)

เป็นศิลปะแบบอินเดีย – ชวา ศูนย์กลางอยู่ที่ไชยา ประกอบด้วยอาณาเขตของศรีวิชัย , เกาะสุมาตรตรา เดิมทีศรีวิชัยเป็นพวกที่อพยพมาจากอินเดียตอนใต้ ซึ่งเข้ามาพร้อมกับพระพุทธศาสนา

งานศิลป์ชิ้นสำคัญ คือ

  • ประติมากรรม

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรแบบสัมฤทธิ์ไชยา

  • สถาปัตยกรรม

สถูปพระบรมธาตุไชยา , สถูปวัดมหาธาตุ เป็นต้น

แบบลพบุรี (พ.ศ.1700 – 1800)

เป็นงานศิลปะอันมีความคล้ายคลึงกับของขอม  ศูนย์กลางอยู่ ณ เมืองลพบุรี โดยมีศาสนาพราหมณ์เข้ามามีส่วนร่วมตามความเชื่อ และสร้างเทวาสถานขนาดใหญ่โตแข็งแรง เช่น ปราสาทหินพนมรุ้ง , นครวัด

งานศิลป์ชิ้นสำคัญ คือ

  • ประติมากรรม

พระพุทธรูปสมัยลพบุรีจะเปลือยองค์ท่อนบน  พระพักตร์เกือบมีทรงสีเหลี่ยม ลวดลายงามวิจิตร

  • สถาปัตยกรรม

สร้างเป็นเทวสถาน มีการใช้วัสดุแข็งแรงทนทาน เช่น ศิลาแลง , หินทราย มีศิลปะชิ้นสำคัญ ได้แก่ ปรางค์ลพบุรี

ยุคประวัติศาสตร์ไทย ได้แก่

  • แบบเชียงแสน (พ.ศ.1600 – 2089)
  • แบบสุโขทัย (พ.ศ. 1800 – 1981)
  • แบบอยุธยา (พ.ศ.1893 – 1310)
  • แบบรัตนโกสินทร์ (พ.ศ.2325 – ปัจจุบัน)

แบบเชียงแสน (พ.ศ.1600 – 2089)

มีความเชื่อในเรื่องพุทธศาสนาตามแบบลัทธิหินยานอย่างพุกาม ซึ่งพระเจ้านิรุทธมหาราชทรงนำมาเผยแพร่ไว้  โดยเป็นศิลปะเชียงแสนรุ่นแรกของไทย ที่ได้รับอิทธิพลจากพุกาม มีการใช้ อิฐ , ปูน , โลหะ เป็นส่วนประกอบ รุ่งเรืองมากถึงที่สุดคือ ในสมัยพระเจ้าติโลกราช เรียกได้ว่า”ยุคทอง”เลยทีเดียว

งานศิลป์ชิ้นสำคัญ คือ

  • ประติมากรรม

พระพุทธสิหิงค์  ซึ่งหล่อด้วยโลหะ

  • สถาปัตยกรรม
  • ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะแขนงต่างๆมากมาย เช่น
  • อิทธิพลพุกาม ได้แก่ สถูปวัดพระยืน จังหวัดลำพูน
  • อิทธิพลลานนาเดิม ได้แก่ วัดกู่กุฏิ จังหวัดลำพูน
  • แบบเชียงแสนแท้ ได้แก่  โบสถ์และหอไตรวัดพระสิงห์  จังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้น

Thai-Art

แบบสุโขทัย (พ.ศ.1800 – 1981)

ศิลปะสมัยสุโขทัยเต็มไปด้วยความผสมผสาน อีกทั้งยังจัดว่าฝีมือของศิลปินไทยในยุคนี้ มีมากที่สุดในประวัติศาสตร์ มีแบบอย่างเป็นของตนเองสูงสุด เป็นศิลปะแบบสุโขทัยแท้ จัดเป็นศิลปกรรมชั้นเลิศ

งานศิลป์ชิ้นสำคัญ คือ

  • จิตกรรม

ซุ้มประตูวัดมหาธาตุ  สุโขทัย

  • ประติมากรรม

พระพุทธรูป สมัยสุโขทัย เป็นพระพุทธรูปปางลีลาอ่อนช้อย เน้นความเป็นธรรมชาติ ให้ความรู้สึกอ่อนโยน ได้แก่ พระพุทธชินราช พิษณุโลก เป็นต้น

แบบอยุธยา (พ.ศ.1893 – 1310)

มีอายุยาวนานถึง 417 ปี ความเชื่อในเรื่องของศาสนาในอาณาจักรนี้มีศาสนาพุทธลัทธิหินยาน , ลัทธิลังกาวงค์ , ศาสนาพราหมณ์ของขอม และศาสนาคริสต์ ยุคนี้มีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศมากมาย ส่งผลทำให้ได้รับอิทธิพลจำนวนมาก

งานศิลป์ชิ้นสำคัญ คือ

  • จิตกรรม

ได้รับอิทธิพลมาจากจีนและยุโรป  ได้รับการติดต่อทางการค้าขาย  ศิลปะภาพเขียนหนักไปทางประดิษฐ์  ใช้ทองปิดเป็นบางแห่ง

  • ประติมากรรม

พระพุทธรูปสมัยอู่ทอง มีการสร้างขึ้นอย่างแพร่หลายมาก มีจุดเด่นคือ พระพักตร์ยาว สร้างจากหินทรายหล่อสัมฤทธิ์

แบบรัตนโกสินทร์  (พ.ศ.2325 – ปัจจุบัน)

หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยาไป ศิลปะแขนงต่างๆก็เริ่มเสื่อมสลายลง ศิลปินฝีมือดี ถูกกวาดต้อนไปเป็นจำนวนมาก  ทำให้ศิลปกรรมมีการปรับปรุงขึ้นครั้ง หลังจากสถาปนา สามารถแบ่งงานศิลป์ได้ตามรัชกาลต่างๆ ได้ดังนี้

  • รัชกาลที่ 1-2 ยึดถือตามแบบอย่างอยุธยา
  • รัชกาลที่ 2 ศิลปกรรมแบบจีนเข้ามามีบทบาทมาก
  • รัชกาลที่ 4-5 เป็นยุคของศิลปกรรมตะวันตก

รัชกาลที่ 6 ศิลปกรรมกลับมามีลักษณะเดิมอีกครั้ง โดยรัชกาลที่ 6ทรงพยายาม แก้ไขความหลงผิดทางด้านศิลปะของไทย มีการปรับปรุงศิลปะดั้งเดิมของไทยขึ้นมาใหม่อีกครั้ง